5 สูตร Excel ยอดฮิต ที่คนทำงานสาย Data ต้องรู้ ถ้าอยากทำงานเสร็จไวขึ้น 2 เท่า
ถ้าคุณยังใช้แค่ SUM และ AVERAGE อยู่ คุณกำลังทิ้งศักยภาพ Excel ไปเยอะมากครับ มาดู 5 สูตรที่เปลี่ยน Productivity ได้จริง
1. XLOOKUP — ทายาทรุ่นใหม่ของ VLOOKUP
XLOOKUP แก้ปัญหาทุกอย่างที่ VLOOKUP ทำไม่ได้:
- ค้นหาได้ทั้งซ้ายและขวา
- ไม่ต้องนับ Column Number
- ถ้าหาไม่เจอ แสดงข้อความที่กำหนดเองได้
Syntax: =XLOOKUP(lookup_value, lookup_array, return_array, [if_not_found])
ตัวอย่าง: =XLOOKUP(A2, สินค้า!A:A, สินค้า!C:C, “ไม่พบ”)
2. SUMIFS / COUNTIFS — รวมข้อมูลแบบมีเงื่อนไขหลายชั้น
ใช้เมื่อต้องการรวมข้อมูลที่ตรงกับเงื่อนไขมากกว่า 1 อย่าง
ตัวอย่าง: นับยอดขายของ “ภาคใต้” ที่ขายในเดือน “มีนาคม”
=SUMIFS(ยอดขาย, ภาค, “ใต้”, เดือน, “มีนาคม”)
3. UNIQUE + SORT — List ข้อมูลไม่ซ้ำแบบ Dynamic
แทนที่จะ Remove Duplicates ทีละครั้ง ใช้ UNIQUE แล้วข้อมูล Update อัตโนมัติ
=SORT(UNIQUE(A2:A100)) — แสดงรายชื่อไม่ซ้ำ เรียงตัวอักษร
4. FILTER — กรองข้อมูลแบบ Dynamic ไม่ต้องใช้ AutoFilter
FILTER ดึงข้อมูลที่ตรงเงื่อนไขมาแสดงในที่อื่น อัปเดตอัตโนมัติเมื่อข้อมูลต้นฉบับเปลี่ยน
=FILTER(A2:D100, C2:C100=”เสร็จแล้ว”) — แสดงเฉพาะงานที่สถานะ “เสร็จแล้ว”
5. LET — ตั้งชื่อตัวแปรใน Formula เพื่อความชัดเจน
เมื่อ Formula ซับซ้อน LET ช่วยให้อ่านและ Debug ง่ายขึ้นมาก
=LET(ยอดรวม, SUM(A2:A10), ค่าเฉลี่ย, AVERAGE(A2:A10), ยอดรวม / ค่าเฉลี่ย)
Bonus: สูตรที่ควรเลิกใช้
- VLOOKUP → เปลี่ยนเป็น XLOOKUP ได้เลย
- IF ซ้อนหลายชั้น → ใช้ IFS หรือ SWITCH แทน
- CONCATENATE → ใช้ & หรือ TEXTJOIN แทน

